พูดแล้วทำจริง! เมียสาดน้ำมันจุดไฟเผาผัวพร้อมตัวเอง ญาติช็อกนึกว่าแค่ขู่

(31 ก.ค.) เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุ 191 อ่างทองได้รับแจ้งมีเหตุคนใช้น้ำมันราดตัวเองและสามีก่อนไฟจุดเผาจนได้รับบาดเจ็บบริเวณบ้านเลขที่ 13 หมู่ที่ 4 ต.จำปาหล่อ อ.เมือง จ.อ่างทอง จึงแจ้งให้ ร.ต.อ.พูลศักดิ์ สีสด ร้อยเวร 20 ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบร่าง นางธานี อายุ 50 ปี นอนอยู่บริเวณลานดินหน้าสภาพร่างกายมีรอยถูกไฟไหม้บริเวณร่างกายช่วงบนทั้งบริเวรใบหน้าและมือทั้งสองข้าง อาการสาหัส ใกล้กันมี นายสุรินทร์ สามีของนางธานี ได้รับบาดเจ็บไฟคลอกที่มือและขาด้านหน้า 2 ข้าง จึงประสานรถกู้ชีพเร่งนำตัวส่ง รพ.อ่างทอง โดยนางธานีอาการสาหัส ทางเจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำตัวเข้าห้องไอซียูเพื่อช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน

นางสุวิมล อายุ 50 ปี น้องสะใภ้ของนายสุรินทร์ ซึ่งอยู้ในเหตุการณ์เล่าด้วยความตกใจว่า ทั้งสองอยู่กินกันมากว่า 10 ปีแล้ว และมีเรื่องทะเลาะกันบ่อยครั้ง เมื่อตอนหัวค่ำที่ผ่านมาตนเองกับสามีขับรถเข้ามาหาทั้งสองที่บ้านเห็นกำลังมีปากเสียงกันอยู่โดยนางธานีถือมีดไล่ทำร้ายนายสุรินทร์พร้อมทั้งตะโกนด่าด้วยถ้อยคำที่รุนแรง สักพักนางธานีก็ขับรถจักรยานยนต์ออกไปข้างนอกโดยบอกจะไปซื้อน้ำมันมาเผานายสุรินทร์ แต่ทั้งหมดก็ไม่มีใครคิดว่านางธานีจะทำจริง

แต่ขณะที่กำลังยืนคุยกันอยู่ที่ลานดินจุดเกิดเหตุ นางธานีขับรถจักรยานยนต์เข้ามาจอดที่บ้านก่อนที่จะเดินเข้ามาหานายสุรินทร์และเอาน้ำมันเบนซินที่ถือใส่ขวดมาสาดใส่ก่อนที่จะนำน้ำมันราดตัวเองและใช้ไฟแช็คจุดไฟท่ามกลางความตกใจของทั้งหมดจนไฟลุกท่วมร่างของนางธานี ซึ่งนายสุรินทร์พยายามวิ่งหาผ้าจุ่มน้ำไปดับไฟแต่ก็ถูกไฟลุกติดตัวมาเนื่องจากถูกสาดน้ำมันไว้ด้วย จนต้องถอดเสื้อผ้าทิ้งทั้งหมด เมื่อเห็นไฟลุกแรงทั้งหมดที่อยู่ในเหตุการณ์จึงช่วยกันหาผ้าชุบน้ำมาคลุมร่างของนางธานีไว้จนไฟดับก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยเหลือ

ขณะที่เจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานที่ตกอยู่ภายในบ้านเป็นขวดน้ำใส่น้ำมันที่ยังเต็มอยู่ 1 ขวดและอีกหนึ่งขวดมีน้ำมันติดก้นอยู่เล็กน้อย รวมถึงไฟแช็ค เสื้อผ้าของทั้งนายสุรินทร์และนางธานี ไว้เป็นหลักฐานก่อนที่จะสอบสวนผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น โดยล่าสุดอาการของนางธานีสาหัสเนื่องจากร่างกายถูกไฟลวกเป็นจำนวนมาก ทางแพทย์และพยาบาลต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

ปิดฉากง้อครั้งสุดท้าย! หนุ่มบุกยิงอดีตเมียดับคาบ้าน นั่งรอตำรวจจับ-ก้มกราบศพ

(29 ก.ค.) เวลาประมาณ 20.30 น. พ.ต.อ. สังเวียน อินตากูล ผกก.สภ.งาว จ.ลำปาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลงาว จ.ลำปาง เข้าไปตรวจสอบ หลังรับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต

เหตุเกิดภายในบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 2 ตำบลนาแก อำเภองาว จังหวัดลำปาง เมื่อไปถึงที่เกิด เหตุพบศพ น.ส.ปฏิมานันท์ อายุ 39 ปี เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว สภาพศพนอนเสียชีวิตอยู่บริเวณชั้นล่างของพื้นบ้าน โดยพบว่าพื้นบ้านมีเลือดไหลนองเต็มพื้น และ ใกล้กันจุดเกิดเหตุ ยังพบผู้ก่อเหตุ คือ นายถาวร อายุ 31 ปี เป็นอดีตสามีของผู้ตาย

โดยผู้ก่อเหตุนั้น ไม่ยอมพูดจาใดๆ และนั่งรออยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ จากนั้นเจ้าที่ตำรวจได้ทำการควบคุมตัวไว้ จากการสอบสวนแม่ของผู้ตาย ให้การกับเจ้าที่ตำรวจว่า เมื่อหลายปีที่ผ่านมา นายถาวรและนางสาวปฏิมานั้น เคยเป็นสามีภรรยากัน และเคยมีบุตรด้วยกันมาแล้ว 2 คน ซึ่งประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา ทั้งสองคนได้แยกทางกันอยู่ บุตรสาวบอกว่า นายถาวรนั้นเป็นคนโมโหร้ายและชอบคิดระแวงว่าภรรยาจะไปมีชายอื่น

เมื่อคืนนายถาวรอดีตสามีผู้ตาย ได้แอบปีนรั้วบ้านเข้ามาในบ้าน เพื่อจะมาขอคืนดี แต่ น.ส.ปฏิมานันท์ นั้นปฏิเสธและไม่สนใจ ทำให้นายถาวรได้นำเอาอาวุธปืนลูกซองสั้นที่พกมาด้วย ทำการจ่อยิงระยะเผาขน เข้าบริเวณหน้าอกของ น.ส.ปฏิมานันท์ จนทรุดลงกับพื้นและเสียชีวิตดังกล่าว

ล่าสุดเจ้าที่ตำรวจได้ทำการควบคุมตัว นายถาวรผู้ก่อเหตุรายนี้ไว้แล้ว และแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา พกพาอาวุธเครื่องกระสุนหรือปืน เข้ามาในเมืองหรือหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันควร โดยนายถาวรให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาพร้อมก้มลงกราบศพผู้ตาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้นำตัวควบคุมไว้ที่โรงพักสภ.งาว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“เอ๋” เล่าละเอียด “ป๋อ” ขี้หวงสุดๆ ถ้าไม่อยู่ด้วย ห้ามแต่งตัวโป๊

ยังคงมีความน่ารักเหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามันเสมอ สำหรับคู่ของ เอ๋-พรทิพย์ สกิดใจ และ ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ ที่ตอนนี้สร้างครอบครัวใหญ่ มีทายาทตัวน้อยๆ 2 คน อย่างน้องภู และน้องเภา มาเป็นโซ่ทองคล้องใจ ถึงแม้จะใช้ชีวิตร่วมกันมานานแล้ว แต่ฝ่ายสามีอย่าง ป๋อ ก็ยังคงมีความหวงภรรยาหนักมากไม่เปลี่ยนแปลง

โดย เอ๋ พรทิพย์ ได้เขียนเล่าถึงมุมน่ารักของสามี ที่หลายๆ คนอิจฉา หลังจากโพสต์ภาพที่ตัวเองสวมใส่ชุดสวย แต่แอบเซ็กซี่เบาๆ โดยมีข้อความบรรยายว่า

“สามีมีความน่ารัก ไม่ชอบให้ใส่ชุดโป๊สักเท่าไหร่ พอเมื่อวานใส่ชุดที่ไม่ได้โป๊มาก ถ้าเทียบกับสาวๆ คนอื่น น้อยมากจริงๆ สามีเรียกไปตักเตือน ขณะสั่งของกินกับพนักงานหน้าแคชเชียร์ กวักมือเรียก เหมือนครูฝ่ายปกครอง ต้องมาเดี๋ยวนี้ คนเก็บตังค์รอไป หน้าแบบคิ้วขมวด ชุดนี้โป๊มากนะ คนข้างหลังมองใหญ่เลย รู้ป่าว เอามือปิดๆหน่อย แค่นี้ยังไม่พอ ไลน์มาหาอีก พี่ว่าสวยนะ แต่โป๊ไปหน่อย พี่ชอบ ใส่ไปเถอะ แต่พี่ต้องอยู่ด้วย นะ นั่นแน่!!! หวงใช่ม๊ายยย 5555”

หลังจากที่ เอ๋ พรทิพย์ โพสต์เรื่องราวดังกล่าวลงไป ก็ทำเอาแฟนๆ เข้ามาคอมเมนต์กันใหญ่ ว่าอิจฉาหนักมาก และไม่คิดว่า ป๋อ ณัฐวุฒิ จะมีมุมน่ารักๆ แบบนี้ ก็เพราะมีภรรยาที่สวย และแสนดีใช่ไหมคะพี่ป๋อ เลยต้องหวงขนาดนี้

ดินถล่มเหมืองหยกเมียนมา หลังฝนตกหนัก ฝังคนงานดับ 27 ศพ

เกิดเหตุดินถล่มเหมืองหยก ในรัฐกะฉิ่น ประเทศเมียนมา ส่งผลให้มีผู้สูญหาย และเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 27 ราย ขณะที่ความช่วยเหลือยังล่าช้าเพราะฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

วันที่ 25 ก.ค. 61 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุดินสไลด์ที่เหมืองหยกแห่งหนึ่ง ในรัฐกะฉิ่น ทางตอนเหนือของประเทศเมียนมา หลังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้เกิดดินสไลด์ทับถมที่เหมืองหยก ส่งผลทำให้มีผู้ถูกฝังเสียชีวิต 27 คน โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จะมาจากกลุ่มชาติพันธุ์ราวาง ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยยากไร้ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่

ตำรวจท้องถิ่นได้เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในเมืองเซต มู เมื่อเช้ามือวันอังคารที่ผ่านมา เบื้องต้นยังไม่พบศพผู้เสียชีวิต เนื่องจากฝนตกหนักลงมา เป็นอุปสรรคสำหรับการค้นหาและกู้ภัย โดยจะระดมกำลังจากหน่วยดับเพลิง และกาชาดเข้าไปค้นหาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า ก่อนฝนตกมีการเกณฑ์ผู้คนเข้ามาหาหยก และแผ้วถางพื้นที่จนกระทั่งไม่มีอะไรยึดติดเกาะดิน ประกอบกับเป็นดินโคลนทำให้เกิดแผ่นดินถล่ม

อย่างไรก็ตาม ในแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตหลายสิบศพจากเหตุดินสไลด์ในเขต รัฐกะฉิ่น ส่วนที่ร้ายแรงที่สุดนั้นเคยเกิดขึ้นในเดือน พฤศจิกายน 2558 มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 ศพ

ภาพสุดหวาน “แหลม” ศรีสะเกษ – “น้องจ๋า” พรพิมล ก่อนหมั้นชื่นมื่น รอวันวิวาห์

หลังจากที่เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น แชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท 115 ปอนด์ ของสภามวยโลก(WBC) มีภาพหลุดว่าได้เข้าพิธีหมั้นกับ “น้องจ๊ะจ๋า” น.ส.พรพิมล สารแก้ว สาวเมืองชุมพร

ล่าสุดในโลกโซเชียล ได้เผยภาพความหวานของทั้งคู่ออกมาแล้ว โดยแชมป์โลกขวัญใจชาวไทยได้ควงคู่หมั้นสาวสวย ไปสักการะศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือศาลเสด็จเตี่ย ที่ชาวชุมพรให้ความเคารพนับถือ

ทั้งนี้เจ้าแหลมได้เข้าพิธีหมั้นกับ น.ส.พรพิมล สารแก้ว โดยได้ทำตามประเพณีทุกอย่าง โดยมีญาติของทั้งสองฝ่ายรับรู้ และร่วมพิธีดังกล่าว พร้อมบอกว่าวันหมั้นขอจัดแบบเรียบง่ายๆ เงียบๆ แต่ขอยืนยันว่า วันแต่งงาน จะจัดใหญ่อย่างแน่นอน

สำหรับน้องจ๊ะจ๋า อายุ 28 ปี ปัจจุบันทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งที่ กรุงเทพฯ ตามรายงานเป็นคนยิ้มง่าย มีหน้าตาจิ้มลิ้ม ซึ่งเธอเป็นลูกสาวคนสวยของ “ป้าน้อย” แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวริมทาง อ.หลังสวน จ.ชุมพร

เปิดใจเมีย รับผัวตัดเจ้าโลกลูกน้อง เพราะเมาแล้วมุดมุ้งจะปล้ำตนเอง

จากกรณีวานนี้ (22 ก.ค. 61) นายสุวิทย์ อายุ 39 ปี หนุ่มชาว จ.ตรัง ช่างทำสีที่อู่ต่อรถบัส ใน อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ขณะไปดื่มสุรากับเพื่อน ถูกซ้อมจนอาการสาหัส ก่อนถูกนายเอียด ตัดเจ้าโลก ซึ่งในคืนที่เกิดเหตุ มีรถกระบะสีดำ ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน ขับพามาส่งที่โรงพยาบาลบ้านโป่ง ก่อนหายตัวไป

วันที่ 23 ก.ค. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมาที่อู่ทำสีรถบัส ที่ทำงานของนายสุวิทย์ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดย ผู้ดูแลอู่รถ เปิดเผยว่า นายสุวิทย์ ทำงานอยู่ที่อู่นี้จริง เข้ามาทำงานได้ประมาณ 2 เดือน ซึ่งก่อนหน้านี้นายสุวิทย์เป็นช่างก่อสร้าง

ทั้งนี้ ตนไม่ทราบว่าวันเกิดเหตุ นายสุวิทย์ไปดื่มกับใคร ส่วนนิสัยส่วนตัวของนายสุวิทย์ เป็นคนเงียบ ๆ ไม่เคยมีปัญหากับใคร ส่วนข้อมูลที่บอกว่าวันเกิดเหตุนายสุวิทย์ไปดื่มเหล้ากับเพื่อน ตนได้เรียกคนงานในอู่มาถามแล้ว แต่ทราบว่าไม่มีใครไปด้วย

ขณะที่ พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย อินทรปรีชา ผู้กำกับการ สภ.บ้านโป่ง เปิดเผยว่า ได้เรียกสอบปากคำพยาน คนที่นำตัวนายสุวิทย์ไปส่งโรงพยาบาลแล้ว ส่วนนายเอียด ผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นเจ้าของอู่รถ รับสารภาพแล้วพร้อมยอมรับว่า วันเกิดเหตุเจ้าตัวกับนายสุวิทย์ และลูกน้องอีก 1 คน นั่งดื่มสุราอยู่ด้วยกันที่บ้านเช่า ก่อนเจ้าตัวจะก่อเหตุ โดยทำไปเพราะหึงหวงภรรยาของตัวเอง เพราะเข้าใจว่านายสุวิทย์ล่วงเกินภรรยา

ทั้งนี้ นายเอียด ให้การว่า นายสุวิทย์ออกมาจากห้องของภรรยาตัวเอง จึงลงมือทำร้ายด้วยอารมณ์โมโห ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้คุมตัวผู้ก่อเหตุไปค้นบ้านพักเพื่อหาหลักฐานมีด และแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส

นางกัลยาณี ภรรยาของนายเอียด ผู้ก่อเหตุ เล่าว่า วันที่นายสุวิทย์พยายามจะเข้ามาลวนลามตน เย็นวันนั้น สามีของตนกับนายสุวิทย์ และลูกน้องอีก 1 คน ที่พักอาศัยอยู่ในบ้านเช่าเดียวกัน แต่คนละห้อง ตั้งวงดื่มเหล้ากันอยู่หน้าบ้าน ตั้งแต่ช่วงเย็นหลังเลิกงาน

ส่วนตัวเองหลังทานกินข้าวเย็นเสร็จ ก็นั่งดูโทรทัศน์อยู่ภายในบ้าน จนละครจบก็เข้าไปนอนในห้อง โดยแง้มประตูไว้ แต่ทั้ง 3 คน ยังนั่งดื่มเหล้ากันอยู่จนเวลาเกือบ 02.00 น. นายสุวิทย์ ใช้ให้ลูกน้องอีกคน ออกไปซื้อเหล้ากับน้ำแข็งเพิ่ม โดยนายสุวิทย์คิดว่าสามีตนออกไปด้วย จึงเดินเข้ามาในห้องตน และพยายามจะลวนลาม ตอนนั้นตนเริ่มรู้สึกตัวตื่นเห็นเงาคนเดินเข้ามาในห้องนอน แล้วเปิดมุ้ง ก่อนจับตนกดไว้กับพื้นแล้วลวนลาม โดยไม่ได้พูดอะไร ซึ่งตนพยายามจะขัดขืน และร้องขอให้คนช่วย จนดิ้นหลุดแล้ววิ่งหนีออกมานอกห้อง

จากนั้น สามีตนได้ยินเสียง ก็วิ่งเข้ามาในบ้าน เห็นนายสุวิทย์ออกมาจากห้องนอนของตน จึงเกิดความโมโห และชกต่อยกันชุลมุน ตนตั้งสติได้ จึงวิ่งกลับเข้าไปในห้องนอนอีกครั้งเพื่อห้ามสามี พบว่าสามีใช้มีดตัดอวัยวะเพศของนายสุวิทย์ไปแล้ว ส่วนบนพื้นมีเลือดไหลนอง

ยอมรับว่าวินาทีนั้น ตนรู้สึกกลัวมาก แต่โชคดีที่สามีกลับเข้ามาช่วยได้ทัน เพราะตนอาจถูกทำร้ายจนถึงตายได้ ทั้งนี้ มีดที่ใช้ก่อเหตุ เป็นมีดปลอกผลไม้ที่วางเอาไว้ในบ้านจากนั้น สามีรู้สึกสงสาร กลัวว่านายสุวิทย์จะตาย จึงไปเรียกเพื่อนบ้าน ให้ช่วยขับรถพาคนเจ็บไปส่งที่โรงพยาบาล และรอจนเจ้าหน้าที่นำตัวนายสุวิทย์เข้าไปในห้องฉุกเฉิน จึงกลับบ้านมาพักผ่อน และกลับไปที่โรงพยาบาลอีกครั้งในตอนเช้า

ทั้งนี้ คุณกัลยาณี ระบุว่า รู้สึกเสียใจ ผิดหวัง และไม่คิดว่านายสุวิทย์จะกล้าทำเรื่องแบบนี้ ทั้งที่ตนและสามีให้ความช่วยเหลือนายสุวิทย์มาโดยตลอด พร้อมตนยืนยันว่า จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แต่ขอให้จัดการคดีความของสามีเสร็จก่อน แล้วจะแจ้งความเพิ่มเติมภายหลัง

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวไม่ค่อยได้คุยกับนายสุวิทย์ เพราะรู้สึกไม่ค่อยถูกชะตา จึงต่างคนต่างอยู่ ซึ่งนายสุวิทย์และนายเอียด ทำงานอยู่ที่อู่เดียวกัน แต่รับผิดชอบงานคนละส่วน แต่ที่ผ่านมาตลอดระยะเวลาเกือบ 1 เดือนที่นายสุวิทย์เข้ามาอยู่ที่บ้าน ไม่เคยมีพฤติกรรมหรือเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน นอกจากนี้ หลังเกิดเหตุ สามีก็ไปทำงานที่อู่ตามปกติ และสามียอมรับกับตนว่า “ตอนนั้นโมโหมาก หากฆ่าได้ก็จะฆ่า เพราะกล้ามาทำร้ายคนในครอบครัวของตัวเอง”

สาวชุดดำเผยนาทีช่วย “น้องฟาง” แฉสาวทอมโหดกระทืบสาหัส ยังอ้าง “แค่นี้ไม่แรง”

จากกรณีที่มีผู้หญิงถูกแฟนทอมทำร้ายร่างกายในวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา และมีพลเมืองดีเป็นผู้หญิงชุดดำเข้าไปให้การช่วยเหลือคุณแพรวดาว ผู้หญิงชุดดำภายในคลิปที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ เล่าว่า ตนเป็นคนที่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ช่วงแรก ที่ทั้งคู่ทะเลาะกันอยู่ในลานจอดรถของหอพักที่เกิดเหตุ ซึ่งตอนนั้น ตนกำลังนำรถยนต์ไป จอดที่ลานจอดรถของหอพักตัวเอง ซึ่งอยู่ด้านหลังหอพักดังกล่าว จนได้ยินเสียงสุนัขเห่ากับเสียงคนร้อง จึงเงียบเพื่อฟังว่าเกิดอะไรขึ้น

กระทั่งจับใจความได้ว่าเป็นเสียงคนร้องให้ช่วย แฟนของตนจึงตะโกนกลับไปว่า “พี่คุยกันดีๆ สิ” ทอมคนดังกล่าวจึงพาแฟนสาว ย้ายมาเคลียร์กันตรงจุดที่เกิดเหตุ ตนกับแฟนจึงตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์ อ้อมกลับมายังหอพักที่เกิดเหตุจนมาเห็นว่าทอมคนนี้ทำร้าย น้องผู้หญิงที่อยู่และเหตุการณ์ก็เป็นไปตามที่เห็นในคลิป

ในตอนนั้นแฟนหนุ่มของตัวเองเริ่มมีอารมณ์โมโห และจะเข้าไปทำร้ายทอม ตนจึงห้ามไว้ โดยที่ตนจะเป็นคนเข้าไปช่วยเอง เพราะเป็นผู้หญิงเหมือนกันน่าจะคุยกันเข้าใจกว่า และไม่อยากให้มีคดีของตัวเองเกิดขึ้นซ้อนกันอีก รวมถึงไม่อยากให้หน้าที่การงานของแฟนต้องมาเสีย จึงให้แฟนเป็นคนถ่ายคลิป หากทอมมีอาวุธในมือ คงไม่กล้าทำอะไรตน

แต่ทอมคนนั้นตั้งท่าเหมือนจะเข้าไปทำร้ายผู้หญิงอีก ตนจึงเดินเข้าไปช่วย และถามทอมว่า “ทำไมทำเขาขนาดนี้ เขาจะตายแล้วไม่เห็นหรอ” ซึ่งทอมคนนั้นก็มองหน้าเอิร์น และหันไปมองหน้าแฟน พร้อมพูดขอโทษ ก่อนขับรถมอเตอร์ไซค์ออกไปทันที

คุณเแพรวดาว เล่าถึงวินาทีตอนที่น้องผู้หญิงก้มลงกราบ หลังเข้ามาช่วยเหลือว่า ต่อให้ตอนนั้นน้องไม่ขอ ตนก็ตั้งใจจะเข้าไปช่วยอยู่แล้ว เพราะทนเห็นไม่ได้ ถ้าน้องตาย ตนต้องรู้สึกผิดแน่ๆ และถ้าไม่เข้าไปช่วย ทอมคนนั้นต้องพยายามเอาน้องขึ้นรถไปทำร้ายที่อื่นอยู่ดี

ส่วนตอนที่น้องผู้หญิงก้มลงกราบ พร้อมกับขอให้ช่วย โดยพูดว่า “พี่ช่วยหนูด้วยนะ” ตอนนั้นยอมรับว่าตกใจ จนมือสั่น แต่ก็ตอบน้องกลับไปว่า “เดี๋ยวพี่ช่วยนะ ไม่ต้องลุก” เพราะกลัวว่าร่างกายจะยิ่งกระทบกระเทือนไม่อยากให้ขยับตัวมาก

คุณแพรวดาว ยังบอกอีกว่า ตนอยู่กับน้องจนถึงตอนที่ตำรวจและกู้ภัยมา ช่วยปฐมพยาบาล ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลต่อ และพยายามถามเบอร์เพื่อติดต่อคนใกล้ชิด เพื่อแจ้งข่าว จนมารู้สาเหตุว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร จนกระทั่งทอมคนนั้นวนรถกลับมาที่หอพักอีกครั้ง แต่ตนไม่คุยด้วย กลุ่มคนที่อยู่หลังกระจก พยายามถามว่าทำไมต้องทำรุนแรงขนาดนี้ โดยทอมตอบว่า “ก็ไม่แรงนะ” ก่อนที่พี่เขาจะถามต่อว่าจะกลับไปคบกันอีกหรือไม่ ทอมหันมาตอบว่า “จะจีบก็จีบไปสิ”

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คุณแพรวดาว บอกอีกว่า ในตอนแรกตนก็งงว่าทำไม ผู้ชาย 3 คน ที่ยืนอยู่หลังประตูถึงไม่ออกมาช่วย แต่ได้มีโอกาสคุยกันตอนหลังแล้วว่า ที่ออกมาช่วยไม่ได้เพราะคีย์การ์ดเสีย

สลด 2 หนุ่มสาวขี่บิ๊กไบค์ชนท้ายสิบล้อดับกลางสะพาน ร่างนอนทับกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (6 มิ.ย.) เมื่อเวลา 22.00 น. สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถจยย.บิ๊กไบค์ชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ที่บนสะพานตัดใหม่ ถนนชัยพฤกษ์ หมู่ 4 ต.บางพลับ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กจึ้ง รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นกลางสะพานที่ตัดข้ามถนนราชพฤกษ์ ฝั่งขาออก มุ่งหน้าบางบัวทอง กลางสะพานพบผู้เสียชีวิต 2 รายนอนทับกันอยู่ เป็นชาย 1 หญิง 1 สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว สวมกางเกงขายาวสีดำทั้งสองคน มีบาดแผลที่ศีรษะแตก ตามร่างกายมีแผลถลอก

ทราบชื่อคือนายสุวพัชร อายุ 23 ปี ชาว จ.นนทบุรี และน.ส.ศิริภรณ์ อายุ 26 ปี ใกล้กันพบรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นCB300 สีแดง-ดำ ทะเบียน 1กฌ8610 พระนครศรีอยุธยา สภาพด้านหน้าและด้านข้างพังยับ

จากการสอบถาม นายมโนสิทธิ์ คนขับรถกระบะ ผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า ตนขับรถขึ้นสะพานเหตุรถจยย.คันเกิดเหตุขับมาด้วยความเร็ว จากนั้นตนก็ได้ยินเสียงดังอย่างแรง รถจยย.ขับมาเลนกลาง ตอนชนตนไม่เห็น แต่เห็นรถสิบล้อขับชะลอเป็นระยะแต่ก็ไม่ได้ลงมาดู ตนจึงได้ลงไปดู

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบว่ารถจยย.ชนกับรถบรรทุกหรือไม่ หลังจากนี้จะตรวจสอบในบริเวณใกล้เคียงว่ามีกล้องวงจรปิดหรือไม่ จากนั้นได้มอบร่างให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์ รังสิต เพื่อชันสูตรก่อนมอบให้ญาติต่อไป

กลัวเสียค่าปรับ “เมาแล้วขับ” เร่งเครื่องแหกด่าน โดนไล่กวดกว่า 10 กม.

หนุ่มสาวขับรถส่งของหนีด่านตำรวจ สุดท้ายโดนยิงยางให้แบน กู้ภัยช่วยปิดถนนตามจับได้ หลังขับหนีกว่า 10 กิโลเมตร อ้างดื่มสุรามา กลัวไม่มีเงินเสียค่าปรับ

(5 มิ.ย.) เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ร.ต.อ.อนันต์ นามโภชน์ รองสว.สอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต ได้รับแจ้งมีรถกระบะหนีด่านตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี แล้วมาประสบอุบัติเหตุ จนสามารถจับกุมได้ที่ซอยอำภา ม.2 ต.บางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองปทุมธานี เจ้าหน้าที่กู้ภัย อยู่ระหว่างยืนคุมเชิงและควบคุมตัวนายเกียรติศักดิ์ อายุ 30 ปี คนขับ และ นางสาวนุสรา อายุ 28 ปี ภรรยานั่งมาในรถด้วย พร้อมกับพบรถกระบะแบบตอนเดียว ด้านหลังมีหลังคาห้องเย็น ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว สภาพล้อยางหลังทั้ง 2 แตก ล้อหน้าด้านขวาแตก เจ้าหน้าที่จึงประสานรถยกทำการยกรถไปเก็บไว้ที่สถานที่เก็บของกลาง

ร.ต.อ. เดชา จันทชาติ รองสวป. สภ.เมืองปทุมธานี หัวหน้าเวรสายตรวจ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านตรวจป้องกันอาชญากรรม บริเวณหน้าวัดบางเดื่อ ม.4 ต.บางเดื่อ อ.เมือง จ.ปทุมธานี ได้เห็นรถคันดังกล่าวขับมา ก่อนจะหยุดจอดริมทางช่วงก่อนจะขับถึงด่านตรวจเล็กน้อย เมื่อเห็นท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินเข้าไปเคาะกระจกสอบถาม

แต่ปรากฏว่าผู้ขับขี่ได้เร่งเครื่องยนต์และขับหลบหนีผ่านด่านไป โดยขึ้นสะพานปทุมธานี 2 ก่อนใช้ถนนติวานนท์ในการหลบหนี จึงได้ขับรถติดตามและประสานตำรวจตามพื้นที่ต่างๆ พร้อมทั้งหน่วยกู้ภัย ร่วมกันปิดเส้นทาง ก่อนที่จะใช้อาวุธปืนยิงที่ยางรถเพื่อให้ผู้ขับขี่หยุด ซึ่งกว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้พบว่าผู้ก่อเหตุขับหลบหนีมาเป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร

นางสาวนุสรา ให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนนำรถไปขึ้นสินค้า เพื่อจะนำไปส่งยังร้านสะดวกซื้อต่างๆ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุตนกำลังจะเลี้ยวเข้าบ้านเพื่อนที่ทำงานอาชีพเดียวกัน แต่ปรากฏว่าด้านหน้ามีด่านตำรวจ แฟนจึงจอดริมทาง ก่อนที่จะมีตำรวจมาเคาะกระจก ทำให้แฟนจึงตกใจเพราะเพิ่งดื่มสุรามา ประกอบกับกลัวโดนจับ เพราะไม่มีเงินเสียค่าปรับ จึงตัดสินใจเร่งเครื่องหลบหนีกระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด

ตำรวจตามจับผัวใจโหด ซ้อมเมียอ่วม-จับแขวนคอ ต่อหน้าลูกสาว

ตำรวจตามจับผัวสุดโหด ทำร้ายร่างกายเมียต่อหน้าลูกสาว จับแขวนคอแล้วประกาศ “เมียตายแล้ว” เคราะห์ดีญาติช่วยชีวิตได้ทัน สารภาพทำจริง รู้สึกผิดแต่ไม่ได้เมายา

(4 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.คำสิงห์ ศรียาภัย ผกก.สภ.สวี พร้อมด้วย ร.ต.อ.สมบูรณ์ ปิ่นทองพันธุ์ รอง สวป. หัวหน้าสายตรวจทุ่งระยะ ร.ต.ต.อุดร บุญตั้ง รอง สวป. ได้ควบคุมตัว นายสุทธิพงษ์ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุทำร้ายร่างการภรรยาตัวเอง โดยการซ้อมทุบตีและใช้เชือกไนล่อนคล้องคอลากออกมาแขวนที่หน้าห้องน้ำ แต่ญาติๆ ได้เข้ามาช่วยเหลือ นำตัวส่งโรงพยาบาลได้ทัน แต่อาการยังโคม่า ตามข่าวที่รายงานไปนั้น

ล่าสุด พ.ต.อ.คำสิงห์ ผกก.สภ.สวี กล่าวว่า หลังจากเกิดคดีดังกล่าวขึ้นก็ได้กำชับเร่งรัดสอบสวนพยานหลักฐานต่างๆ และทราบว่าหลังจากที่ นายสุทธิพงษ์ หลังก่อเหตุแล้วได้หลบหนีไปที่บ้านพ่อแม่ในพื้นที่หมู่ 8 ต.ทุ่งระยะ อ.สวี จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดติดตามตัวจนสามารถพบนายสุทธิพงษ์อยู่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าวจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน

ผกก.สภ.สวี กล่าวอีกว่า หลังสอบสวนเบื้องต้นนายสุทธิพงษ์ให้การยอมรับสารภาพว่าได้ลงมือร้ายกับภรรยาตัวเองจริง นอกจากนั้นยังพบอาวุธปืนขนาด .38 ชนิดลูกโม่ และน้ำกระท่อมบรรจุอยู่ในขวดพลาสติกใสด้วยจำนวนหนึ่ง จึงแจ้งข้อกล่าวหา พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร มียาเสพติดประเภท 5 (น้ำกระท่อม)ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

โดยหลังจากสอบสวนเสร็จสิ้นขั้นตอนต่อไปด้านพนักงานสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในบ้านหลังที่เกิดเหตุอีกครั้งภายใน 1-2 วันนี้ ผกก.สวีกล่าว

ขณะที่ นายสุทธิพงษ์ เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า ตนได้ทำร้ายร่างกายต่อภรรยาตัวเองจริง แต่ปฏิเสธว่าได้ดื่มเหล้าหรือสารเสพติดอื่นๆ อยากฝากขอโทษและรู้สึกผิดกับสิ่งที่ได้ทำลงไป

พร้อมบริการ24ชม.