คลังเก็บป้ายกำกับ: รับน้องพิเรนทร์

รับน้องพิเรนทร์ จูบปากป้อนลูกอม! ม.ดังปัดตอบ ฉะเพจแฉล้ำสิทธิ ทำโดนโจมตี

จากกรณีเพจ ANTI SOTUS โพสต์ภาพที่มีการรับน้อง ของมหาวิทยาลัยแห่งนึ่งโดยการให้น้องอมลูกอม 1 เม็ดต่อกัน 20 คน และมีข้อความระบุใต้ภาพว่า “เรื่องอมลูกอม อมยังไงให้ได้ครบ 20 คนและไม่ติดเชื้อ หนังกำกับโดยรุ่นพี่ผู้ไม่รู้จักโลกภายนอกและโรคติดต่อ และยังทำงานไม่เป็น” ซึ่งนอกจากนี้ก็ยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมาก เข้าไปแสดงความคิดเห็นในเชิงลบด้วย

วันที่ 5 ส.ค. 61 ทีมข่าวได้ลงพื้นที่มหาวิทยาลัยดังกล่าวนักศึกษาชั้นปีที่ 1 และชั้นปีที่ 2 อยู่ภายในมหาวิทยาลัย ก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่รู้ว่าคณะไหน เพราะยังไม่เปิดเทอม รู้แค่ว่ามหาวิทยาลัยกำหนดวันรับน้องระหว่าวันที่ 31 ก.ค. 61 – 10 ส.ค 61 และกำหนดเปิดภาคเรียนคือวันที่ 6 ส.ค. 61

หลังจากนั้นในเวลาต่อมา ทางเพจ ANTI SOTUS ได้นำภาพที่นายยกสโมสรนักศึกษาโพสต์ลงกลุ่มของสโมสรของมหาวิทยาลัย มาเผยแพร่ต่อในเพจ ข้อความภายในภาพระบุว่า “ ขณะนี้มีเพจ ANTI SOTUS กำลังโจมตีการรับน้องของมหาวิทยาลัยเรา

โดยนำภาพจากเฟซบุ๊กของร้านพี่ที่ทำกิจกรรมรับน้องต่างๆ ไปโพสต์และวิจารณ์ในเพจ ทางสโมสรนักศึกษาจึงขอแจ้งเตือนให้ทุกสาขาวิชา ทำการรับน้องให้อยู่ในขอบเขต และทางที่ดีทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้อง รวมถึงพี่ๆ ที่จบการศึกษาแล้ว ไม่ควรเผยแพร่ภาพกิจกรรมต่างๆลงในโซเชียล เพื่อป้องกันสิทธิส่วนบุคคลของรุ่นน้อง และไม่ให้คนนอกนำไปโจมตีมหาวิทยาลัยได้อีก

นอกจากนี้ ทางเพจ ANTI SOTUS ยังได้โพสต์ข้อความเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับข้อความที่นายยกสโมสรได้โพสต์ลงไปในกลุ่มด้วย โดยระบุข้อความดังนี้

1. ANTI SOTUS ไม่ได้ทำการโจมตี คุณในฐานะนายกสโมฯเป็นตำแหน่งสาธารณะที่มีความรับผิดชอบต่อกิจกรรม ต่อสาธารณะโดยตรง ต้องเข้าใจใหม่ว่า นี่คือกระบวนการตรวจสอบจากสาธารณะ เพจเป็นเพียงสื่อกลาง Feedback ทั้งหมดที่คุณได้รับ ไม่ใช่ “เพจ ANTI SOTUS โจมตี” ให้คิดเสียใหม่ว่า กิจกรรมของคุณกำลังถูกตรวจสอบจากสาธารณะ ความเห็นที่มาคอมเมนต์ ก็คือความคิดเห็นสาธารณะต่อสิ่งที่พวกคุณทำ ซึ่งจะบวกจะลบ ก็เป็นผลมาจากสิ่งที่คุณทำเอง คือคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม และแฮชแท็กไม่ใช่การโจมตี

2.การปกป้องสิทธิน้อง ไม่ใช่ทำด้วยการไม่เอารูปน้องมาโพสต์ แต่ทำได้ด้วยการไม่ทำกิจกรรมที่ละเมิดสิทธิ์หรือเสี่ยงอย่างในกรณีนี้คือเสี่ยงโรค จิตสำนึกในการปกป้องสิทธิน้อง ควรมีตั้งแต่ตอนทำกิจกรรม ไม่ใช่มาเกิดหลังจากมีคนมาโพสต์ภาพลงโซเชียล ไม่อย่างนั้นสังคมจะมองได้ว่าคุณเพียงต้องการ ไม่ให้มีหลักฐาน เป็นห่วงปกป้องหน้าตาชื่อเสียงตนเอง ไม่ใช่การเป็นห่วงปกป้องน้อง

3.การแก้ปัญหาด้วยการไม่ให้โพสต์ลง Social คือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ที่สำคัญ ส่อเจตนา ว่ากิจกรรมที่คุณทำนั้น มีปัญหาอะไรหรือไม่ ถึงไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้ ในเมื่อกิจกรรมรับน้องของมหาวิทยาลัย ไม่สามารถกระทำอย่างโปร่งใสได้แบบนี้ สมควรที่สังคมหรือผู้ปกครองจะสงสัยหรือไม่ ว่ามีเจตนาอย่างไรจึงต้องประกาศว่าห้ามเปิดเผย